โลโก้Smart Law FirmSmart Law Firmสำนักงานกฎหมาย

ฟ้องชู้เรียกค่าทดแทนได้เท่าไหร่ 10 เกณฑ์ที่ศาลใช้พิจารณา

· อ่านประมาณ 10 นาที

ภาพประกอบบทความฟ้องชู้เรียกค่าทดแทน

สถิติทะเบียนครอบครัวจากกรมการปกครองในปี 2567 ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยมีการจดทะเบียนหย่าร้างสูงถึง 147,621 คู่ เทียบกับการจดทะเบียนสมรสใหม่ 263,087 คู่ โดยสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการหย่าร้างยังคงเกิดจาก “การนอกใจ”

ในทางกฎหมาย คู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายและถูกละเมิดสิทธิในครอบครัว มีสิทธิยื่นฟ้องบุคคลภายนอกเพื่อเรียกค่าทดแทนได้ทันที โดยกฎหมายไม่ได้บังคับว่าจะต้องฟ้องหย่าควบคู่กันเสมอไป (บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะคดี)


ฟ้องชู้คืออะไร ใครมีสิทธิฟ้องบ้าง (ป.พ.พ. มาตรา 1523)

การฟ้องชู้ คือการใช้สิทธิทางศาลของคู่สมรสตามกฎหมาย เพื่อเรียกค่าทดแทนความเสียหายต่อสิทธิในครอบครัว เกียรติยศ และสภาพจิตใจ จากบุคคลภายนอกที่เข้ามามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับคู่สมรสของตน

จุดเปลี่ยนสำคัญ: กฎหมายสมรสเท่าเทียม (มีผลบังคับใช้ 22 มกราคม 2568)

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ได้ปฏิรูปหลักเกณฑ์การฟ้องชู้ใหม่ทั้งหมด:

  1. ถ้อยคำเป็นกลางทางเพศ: เปลี่ยนจากเดิมที่ระบุเฉพาะ “สามี-ภริยา” เป็น “คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” และเปลี่ยนคำว่า “ชู้สาว” เป็น “ในทำนองชู้” ทำให้คู่สมรสทุกเพศ (รวมถึง LGBTQ+) มีสิทธิฟ้องและถูกฟ้องได้เท่าเทียมกัน
  2. ปลดล็อกความเหลื่อมล้ำในการฟ้อง: กฎหมายเดิมกำหนดให้ภริยาต้องพิสูจน์ว่าหญิงอื่น “แสดงตนโดยเปิดเผย” เท่านั้นจึงจะฟ้องได้ แต่กฎหมายปัจจุบันให้สิทธิคู่สมรสทุกฝ่ายเท่ากัน โดยฟ้องได้จาก 2 พฤติการณ์ตามมาตรา 1523 วรรคสอง:
    • กรณีล่วงเกินในทำนองชู้: มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งหรือร่วมประเวณี แม้จะแอบคบหาหลบๆ ซ่อนๆ หากพิสูจน์ได้ก็ฟ้องได้
    • กรณีแสดงตนโดยเปิดเผยในทำนองชู้: เปิดตัว ควงแขน โพสต์โซเชียล หรือพาออกงานสังคมในฐานะคู่รัก แม้จะไม่มีหลักฐานจับคาเตียงก็ฟ้องเรียกค่าทดแทนได้

10 เกณฑ์ที่ศาลใช้กำหนดจำนวนเงินค่าทดแทน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1525 บัญญัติให้การกำหนดค่าทดแทนขึ้นอยู่กับ “ดุลพินิจของศาลตามควรแก่พฤติการณ์แห่งคดี” จากแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลมักนำ 10 ปัจจัยนี้มาใช้ชั่งน้ำหนัก:

  1. ฐานะทางสังคม อาชีพ และชื่อเสียงของทุกฝ่าย — ยิ่งคู่สมรสและจำเลยมีตำแหน่งหน้าที่การงาน วุฒิการศึกษา หรือชื่อเสียงในสังคมสูง (เช่น ข้าราชการระดับสูง แพทย์ ทนายความ นักการเมือง หรือผู้บริหาร) วงความเสียหายทางชื่อเสียงจะกว้างขึ้น และความสามารถในการชำระหนี้ของจำเลยก็มีผลต่อยอดที่ศาลกำหนด
  2. ระยะเวลาการจดทะเบียนสมรส — การสมรสตามกฎหมายและใช้ชีวิตร่วมกันมานานหลายสิบปี ย่อมสะท้อนความผูกพันและผลกระทบที่รุนแรงกว่าคู่ที่เพิ่งจดทะเบียนสมรสได้ไม่นาน
  3. การจัดพิธีมงคลสมรสและการรับรู้ของสังคม — งานแต่งงานที่จัดอย่างเปิดเผย มีญาติผู้ใหญ่ แขกเหรื่อ และคนในแวดวงรับรู้จำนวนมาก ยิ่งสะท้อนถึงเกียรติยศที่ถูกทำลายลง
  4. การมีบุตรด้วยกัน — หากมีบุตรด้วยกัน โดยเฉพาะบุตรผู้เยาว์ที่ต้องเติบโตในสภาพครอบครัวที่แตกแยก ศาลจะให้น้ำหนักสูงเป็นพิเศษ เพราะผลกระทบไม่ได้ตกอยู่กับคู่สมรสเพียงลำพัง
  5. สภาพความสัมพันธ์ก่อนเกิดเหตุ — ครอบครัวที่รักใคร่อบอุ่น ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอดแล้วถูกแทรกแซง ศาลจะกำหนดค่าทดแทนสูงกว่าครอบครัวที่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งหรือแยกกันอยู่เดิม
  6. ระดับความเปิดเผยและการเหยียดหยาม — พฤติการณ์การเปิดตัวอย่างไม่เกรงใจ การโพสต์ภาพคู่ลงสื่อสังคมออนไลน์ การควงไปสถานที่สาธารณะ หรือการส่งข้อความเยาะเย้ยคู่สมรสตัวจริง ยิ่งทำให้อับอาย ค่าทดแทนยิ่งสูง
  7. ระยะเวลาและความลึกซึ้งของความสัมพันธ์ — คบหากันมานานนับปี มีการส่งเสียเลี้ยงดู เช่าห้องพัก หรือโอนถ่ายทรัพย์สินให้กัน ย่อมมีความร้ายแรงกว่าความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราว
  8. เจตนาของชู้ (รู้หรือควรรู้ว่าอีกฝ่ายมีครอบครัว) — หากรู้ชัดเจนว่ามีคู่สมรสอยู่แล้วแต่ยังจงใจแย่งชิง ศาลจะลงโทษด้วยค่าทดแทนที่สูง แต่หากจำเลยถูกหลอกอย่างแนบเนียนว่าโสดและเชื่อโดยสุจริตจริง จำเลยอาจใช้เป็นข้อต่อสู้ให้พ้นผิดหรือขอลดหย่อนค่าเสียหายได้
  9. ท่าทีและความสำนึกผิดหลังถูกจับได้ — หากยินยอมยุติความสัมพันธ์ทันทีและขอโทษด้วยความจริงใจ ศาลมักเมตตากำหนดค่าทดแทนต่ำลง ตรงกันข้ามกับกรณีที่ยังดึงดันคบต่อ ข่มขู่ หรือบีบคั้นให้คู่สมรสหย่าร้าง
  10. การฟ้องหย่าและการแบ่งสินสมรสประกอบ (ม.1525 วรรคสอง) — หากมีการฟ้องหย่าและคู่สมรสฝ่ายที่ถูกนอกใจได้รับส่วนแบ่งในสินสมรสไปเป็นจำนวนมากแล้ว ศาลอาจนำทรัพย์สินส่วนนี้มาพิจารณากำหนดค่าทดแทนจากบุคคลภายนอกให้เหมาะสมตามส่วน

สถิติยอดเงินตามแนวฎีกา และค่าธรรมเนียมศาล

กลุ่มคดีช่วงยอดเงินตามแนวฎีกาอัตราค่าขึ้นศาล (ค่าธรรมเนียมศาล)
คดีทั่วไป (พฤติการณ์ทั่วไป พนักงานเอกชน/ค้าขาย)100,000 – 300,000 บาทไม่เกิน 300,000 บาท เสียร้อยละ 2 แต่กฎหมายจำกัดเพดานไม่เกิน 1,000 บาท
คดีฐานะปานกลาง–สูง (ข้าราชการ มีหน้ามีตา หรือมีบุตร)300,000 – 1,000,000 บาท300,000 บาทแรกจ่าย 1,000 บาท ส่วนที่เกินเสียร้อยละ 2 ตามจริง
คดีพฤติการณ์ร้ายแรง (นักธุรกิจ/บุคคลมีชื่อเสียง เย้ยหยันเปิดเผย)1,000,000 – 3,000,000 บาทเสียค่าขึ้นศาลตามสัดส่วนทุนทรัพย์จริง

ข้อแนะนำเชิงกลยุทธ์: การตั้งยอดฟ้องควรประเมินจากหลักฐานและฐานะจริง ไม่ควรตั้งยอดฟ้องสูงเกินความเป็นจริงเพื่อหวังผลทางจิตวิทยา เพราะหากศาลพิพากษาให้ยอดต่ำกว่าที่ฟ้องมาก โจทก์อาจต้องแบกรับภาระค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เกินไปโดยไม่จำเป็น


อายุความและข้อยกเว้นที่ต้องระวัง (ม.1529)

  • อายุความ 1 ปี: สิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจะระงับสิ้นไปเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงการมีชู้และการเป็นชู้
  • ข้อยกเว้นเรื่อง “ละเมิดต่อเนื่อง”: หากบุคคลภายนอกและคู่สมรสยังคงมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน อายุความ 1 ปียังไม่เริ่มนับขาด สามารถรวบรวมหลักฐานยื่นฟ้องได้
  • ข้อห้ามเด็ดขาด (ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ): ตามมาตรา 1523 วรรคสาม หากคู่สมรสฝ่ายที่ถูกนอกใจเคยยินยอม ชักนำ หรือรู้เห็นเป็นใจให้เกิดความสัมพันธ์นั้นขึ้น จะหมดสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนทันที

หากถูกฟ้องชู้ มีแนวทางสู้คดีอย่างไรได้บ้าง?

ฝ่ายที่ได้รับหมายศาลตกเป็นจำเลย ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแพ้คดีเสมอไป ทนายความมักใช้ข้อต่อสู้ดังต่อไปนี้:

  1. คดีขาดอายุความ: โจทก์รู้เรื่องความสัมพันธ์เกินกว่า 1 ปีแล้วก่อนจะมายื่นฟ้อง
  2. สำคัญผิดโดยสุจริต: ถูกหลอกว่าอีกฝ่ายเป็นโสด หรือหย่าขาดจากกันแล้ว โดยไม่มีพฤติการณ์อันควรรู้
  3. ขาดองค์ประกอบตามมาตรา 1523: ไม่ได้มีการล่วงเกินทางเพศ (ไม่มีพฤติการณ์ชู้สาว) และไม่เคยแสดงตนเปิดเผยต่อสาธารณะว่าเป็นคนรัก
  4. โจทก์ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ: โจทก์รับรู้ความสัมพันธ์มาโดยตลอดแต่ปล่อยปละละเลย หรือตกลงยินยอมให้คบหา
  5. ยอดเงินสูงเกินสมควร: นำสืบหักล้างพฤติการณ์และฐานะทางการเงิน เพื่อขอลดหย่อนค่าทดแทนให้เหลือในอัตราที่เหมาะสม

ขั้นตอนศาล: เน้นไกล่เกลี่ยประนีประนอม

คดีฟ้องชู้เป็นคดีครอบครัวที่ขึ้นสู่ศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งกฎหมายเน้นกระบวนการ “ไกล่เกลี่ยประนีประนอม” เป็นหลัก คดีส่วนใหญ่จบลงที่ห้องไกล่เกลี่ยโดยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ตกลงยอดเงินที่ยอมรับได้ และทำข้อตกลงยุติความสัมพันธ์

  • ข้อควรระวังเรื่องการประจาน: แม้จะเจ็บแค้นเพียงใด ห้ามโพสต์ประจาน ชี้เป้า หรือลงรูปลงโซเชียลเด็ดขาด เพราะอาจถูกฟ้องกลับในคดีหมิ่นประมาทออนไลน์ หรือความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งเป็นคดีอาญาและทำให้เสียเปรียบในเชิงคดีแพ่งทันที

ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนคดีใน บริการคดีครอบครัวและมรดก

ถูกละเมิดสิทธิครอบครัว ปรึกษาทนายความเพื่อประเมินพยานหลักฐานและวางรูปคดี →

ปรึกษาปัญหานี้กับทนายความ →